ยกระดับการทำงานในเอเชียแปซิฟิกด้วยเทคโนโลยีการประชุมอัจฉริยะ

Christina Tan, 10 กรกฎาคม 2025

ค้นพบว่าเทคโนโลยีการประชุมผ่านวิดีโออัจฉริยะกำลังช่วยให้องค์กรในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) พลิกโฉมรูปแบบการทำงาน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานร่วมกัน และสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ดียิ่งขึ้น จากรายงาน IDC x Neat 2025 Infobrief

ไม่นานมานี้ หลายองค์กรยังคงใช้การนำเสนอผ่านสไลด์และห้องประชุมแบบโทรเข้าเป็นหลัก แต่ปัจจุบันรูปแบบการทำงานได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก และยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

หลายองค์กรกำลังเปลี่ยนจากระบบประชุมแบบเดิมมาใช้เทคโนโลยี AI เพื่อยกระดับการทำงานร่วมกัน ห้องประชุมจึงมาพร้อมระบบภาพและเสียงอัจฉริยะที่ช่วยจับภาพผู้พูด จัดมุมมองผู้เข้าร่วมอย่างเท่าเทียม และสร้างคำบรรยาย สรุปการประชุม รวมถึงแปลภาษาอัตโนมัติ ทำให้การประชุมมีประสิทธิภาพมากขึ้น ประหยัดเวลา และช่วยให้ทุกคนทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น

รายงาน IDC x Neat 2025 Infobrief ที่ทั้งสร้างแรงบันดาลใจและเปิดมุมมองใหม่

International Data Corporation (IDC) Asia Pacific องค์กรชั้นนำด้านการวิจัยตลาดและข้อมูลเชิงลึกด้านเทคโนโลยี ได้ร่วมกับ Neat จัดทำรายงาน IDC x Neat 2025 InfoBrief ซึ่งรวบรวมข้อมูลและแนวโน้มสำคัญเกี่ยวกับอนาคตของการทำงานและการประชุม รายงานนี้นำเสนอทั้งโอกาส ความท้าทาย และประเด็นสำคัญที่องค์กรควรรู้ เพราะการเปลี่ยนผ่านสู่การทำงานยุคใหม่ไม่ได้มีแต่ข้อดี แต่ยังมีบทเรียนและสิ่งที่ต้องเตรียมพร้อมอีกมากมาย

เริ่มต้นด้วยข้อเท็จจริงที่น่ากังวล:

ธุรกิจในภูมิภาค APAC สูญเสียมูลค่าสูงถึง 8.5 ล้านดอลลาร์ต่อปี ต่อพนักงาน 1,000 คน จากเทคโนโลยีวิดีโอที่ล้าสมัย

รายงาน InfoBrief ประจำปี 2025 โดย IDC และ Neat

ต้นทุนแฝงของการประชุมวิดีโอที่ไม่มีคุณภาพ

จากรายงานพบว่า พนักงานในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเสียเวลาทำงานเฉลี่ย 4.5 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เพราะระบบห้องประชุมที่ไม่มีประสิทธิภาพ ทั้งอุปกรณ์รุ่นเก่า ระบบเสียงมีปัญหา การใช้งานที่ซับซ้อน และสายเชื่อมต่อที่ยุ่งเหยิง สิ่งเหล่านี้ทำให้การประชุมล่าช้าและลดประสิทธิภาพการทำงานของทีม เมื่อรวมเวลาที่สูญเสียของพนักงานหลายพันคนใน 14 ประเทศ ความเสียหายที่เกิดขึ้นมีมูลค่ามหาศาล ดังนั้น การลงทุนในเทคโนโลยีห้องประชุมที่ทันสมัยจึงไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป แต่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและลดต้นทุนขององค์กร

Hybrid เป็นรูปแบบการทำงานที่ยังคงมีอยู่ แต่ยังไม่ตอบโจทย์ทุกคน

รายงาน InfoBrief ประจำปี 2025 โดย IDC และ Neat

ออฟฟิศกลับมาแล้ว แต่กฎของการทำงานเปลี่ยนไปเช่นกัน!

ตามรายงานของ IDC พบว่า พนักงานในภูมิภาค APAC มากกว่า 65% ใช้เวลา 3–4 วันต่อสัปดาห์ในออฟฟิศ องค์กรต่าง ๆ จึงเริ่มปรับตัว โดย 50% ขยายพื้นที่ทำงาน และ 40% นำเทคโนโลยีการจองพื้นที่มาใช้เพื่อบริหารพื้นที่ทำงานให้เหมาะสม

การขยายพื้นที่สำนักงานเพียงอย่างเดียว ไม่ได้ทำให้การประชุมออนไลน์มีประสิทธิภาพมากขึ้น ถ้าองค์กรยังใช้เทคโนโลยีที่ล้าสมัยและขาดฟีเจอร์สำคัญ เช่น การจัดเฟรมอัตโนมัติ ระบบเสียงคุณภาพสูง และการเข้าร่วมประชุมได้ทันที องค์กรก็ยังไม่สามารถรองรับการทำงานแบบ Hybrid ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ดังนั้น การลงทุนในเทคโนโลยีห้องประชุมจึงสำคัญไม่แพ้การปรับปรุงพื้นที่สำนักงาน เพื่อสร้างประสบการณ์การประชุมที่ราบรื่นและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของทุกคน

เทคโนโลยีวิดีโอที่ดีเยี่ยมไม่จำเป็นต้องโดดเด่นหรือซับซ้อน แต่สามารถทำงานได้ราบรื่น

รายงาน InfoBrief ประจำปี 2025 โดย IDC และ Neat
ความสามารถขั้นสูง เช่น เทคโนโลยีอัจฉริยะของ NeatNeat Symmetry: เทคโนโลยีจัดเฟรมสำหรับการประชุมฟีเจอร์ต่าง ๆ เช่น การจัดเฟรมผู้เข้าร่วมอัตโนมัติ , ระบบเสียงที่คมชัดครอบคลุมทั่วทั้งห้อง และ การเข้าร่วมประชุมได้ทันที  ช่วยให้ทุกคนสามารถเข้าร่วมและทำงานร่วมกันในการประชุมได้อย่างมีประสิทธิภาพ.

การเติบโตของการทำงานร่วมกันด้วย AI ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

โซลูชันที่ขับเคลื่อนด้วย AI กำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของการทำงานทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยผู้บริหารที่ IDC สำรวจมองว่า ในช่วง 3–5 ปีข้างหน้า ฟีเจอร์สำคัญที่องค์กรต้องการมากที่สุด ได้แก่

  • การถอดเสียงและสรุปการประชุมแบบเรียลไทม์
  • ไวท์บอร์ดอัจฉริยะที่ทำงานบนเอกสารแบบเรียลไทม์
  • การจัดเฟรมตามผู้พูดอัตโนมัติ และการซูมภาพอัตโนมัติ

ฟีเจอร์อัจฉริยะเหล่านี้ไม่ได้เพียงทำให้การประชุมแบบ Hybrid เป็นไปได้ แต่ยังช่วยยกระดับประสบการณ์การประชุมให้ดียิ่งขึ้น เมื่อผู้เข้าร่วมประชุมไม่ต้องกังวลกับสายเชื่อมต่อ การตั้งค่าระบบ หรืออุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ก็สามารถโฟกัสกับการสื่อสาร แลกเปลี่ยนไอเดีย และทำงานร่วมกันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

1 ใน 3 ขององค์กรในภูมิภาค APAC มีพนักงานมากกว่าครึ่งที่ทำงานแบบรีโมท

รายงาน InfoBrief ประจำปี 2025 โดย IDC และ Neat

แต่ละประเทศต้องเผชิญกับความท้าทายในการทำงานที่แตกต่างกัน

รายงานฉบับนี้แบ่งข้อมูลเชิงลึกออกเป็น 6 ภูมิภาคใน APAC ซึ่งจะเห็นได้ว่าแต่ละพื้นที่มีความหลากหลายแตกต่างกันอย่างชัดเจน:

อินเดีย: การทำงานแบบรีโมทเป็นเรื่องปกติเนื่องจากปัญหาการจราจรและการเดินทาง แต่เทคโนโลยีที่ล้าสมัยยังคงสร้างอุปสรรคสำคัญในการทำงานร่วมกัน

อาเซียน: แม้จะคุ้นเคยกับการทำงานแบบ Hybrid แต่ปัญหาทางเทคนิคยังคงส่งผลกระทบต่อการประชุมในหลายองค์กร โซลูชันปัจจุบันอาจช่วยแก้ปัญหาได้ในระยะสั้น แต่ยังไม่พร้อมสำหรับอนาคตอย่างเต็มรูปแบบ

จีน: แม้จะมีการเข้าทำงานในออฟฟิศสูงและพึ่งพาการประชุมเสมือนเป็นหลัก แต่หลายองค์กรยังคงประสบปัญหาความไม่มีประสิทธิภาพของเทคโนโลยีที่ใช้อยู่

ญี่ปุ่น: แม้จะมีการลงทุนในออฟฟิศสูง แต่ยังคงมีปัญหาเรื่องการประชุม

ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ (ANZ): องค์กรในภูมิภาคนี้มีการปรับปรุงห้องประชุมและเทคโนโลยีการทำงานให้ทันสมัย ส่งผลให้สูญเสียประสิทธิภาพการทำงานน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่นในเอเชียแปซิฟิก

เอเชียเหนือ: แม้องค์กรจะลงทุนด้านเทคโนโลยีในระดับสูง แต่ยังสูญเสียชั่วโมงการทำงานมากที่สุดในภูมิภาค เนื่องจากยังคงใช้ระบบและอุปกรณ์รุ่นเก่าที่ล้าสมัย 

แต่ละตลาดมีความท้าทายแตกต่างกัน แต่ข้อสรุปเดียวกันที่ชัดเจนคือ เทคโนโลยีวิดีโอที่ดีขึ้นช่วยขับเคลื่อนผลลัพธ์ทางธุรกิจให้ดีขึ้น

เครื่องมือการทำงานร่วมกันอัจฉริยะ ช่วยเชื่อมต่อการทำงานของผู้คนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก แม้จะอยู่ห่างไกลกันและมีความแตกต่างด้านวัฒนธรรม

รายงาน InfoBrief ประจำปี 2025 โดย IDC และ Neat
Neat ช่วยให้การประชุมมีความเท่าเทียมมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าผู้เข้าร่วมจะเชื่อมต่อจากระยะไกลหรือเข้าร่วมประชุมในห้อง ทุกคนสามารถมองเห็น ได้ยิน และสื่อสารกันได้อย่างชัดเจนในประสบการณ์การประชุมเดียวกัน

การประชุมที่ดีควรยกระดับประสบการณ์ของผู้เข้าร่วมทุกคนให้ดีขึ้น

Meeting Equity คือการทำให้ทุกคนได้รับประสบการณ์การประชุมที่เท่าเทียม ไม่ว่าจะเข้าร่วมจากที่ไหน ทุกคนสามารถมองเห็น ได้ยิน และสื่อสารกันได้อย่างชัดเจน รวมถึงมีส่วนร่วมในการประชุมได้อย่างเต็มที่ จากรายงาน IDC x Neat Infobrief พบว่า องค์กรที่ให้ความสำคัญกับแนวคิดนี้ สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการประชุมและยกระดับผลลัพธ์ทางธุรกิจได้อย่างชัดเจน

  • การมีส่วนร่วมของพนักงาน
  • การแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์
  • การทำงานร่วมกันระหว่างแผนก

เมื่อการประชุมผ่านวิดีโอเป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติ ใช้งานง่าย และเปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วม ทีมงานก็ไม่ได้แค่เข้าร่วมประชุมเท่านั้น แต่ยังสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพและสร้างผลงานที่ดียิ่งขึ้น

ทำให้ทุกคนอยู่ในเฟรมอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะอยู่ในห้องประชุมหรือเข้าร่วมจากระยะไกล

เราให้ความสำคัญกับ Meeting Equity ในทุกขั้นตอนของการออกแบบผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยีวิดีโออัจฉริยะของ Neat สามารถจัดเฟรมผู้พูดโดยอัตโนมัติ พร้อมลดเสียงรบกวนและสิ่งรบกวนที่ไม่จำเป็น ทำให้ทุกคนมองเห็นผู้พูดหรือผู้นำเสนอได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะอยู่ในห้องประชุมหรือเข้าร่วมจากระยะไกล อีกทั้งยังแสดงภาพผู้เข้าร่วมทุกคนอย่างเหมาะสมบนหน้าจอ เพื่อให้ไม่มีใครพลาดทุกช่วงเวลาสำคัญ และได้รับประสบการณ์การประชุมที่คมชัด เสมือนนั่งอยู่ในห้องเดียวกัน ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็ตาม

การประชุมผ่านวิดีโอที่มีประสิทธิภาพ ไม่ได้เกิดจากการลงทุนในเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยเพียงเพื่อให้ห้องประชุมดูทันสมัย แต่เป็นการลงทุนในเทคโนโลยีที่ช่วยให้ทุกคนมีโอกาสแสดงความคิดเห็น มีส่วนร่วม และรู้สึกว่าตนเองเป็นส่วนสำคัญของการประชุม อีกทั้งยังสร้างบรรยากาศที่ทำให้ผู้เข้าร่วมรู้สึกสบายใจ พร้อมทำงานและแสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่ในทุกวัน

สำรวจกลุ่มผลิตภัณฑ์อุปกรณ์ประชุมผ่านวิดีโอของ Neat ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์เรียบง่าย ใช้งานง่าย และรองรับทุกพื้นที่การทำงาน

ภายในปี 2028 พนักงานในบริษัท G1000 ถึง 70% จะใช้เครื่องมือการทำงานที่ช่วยรองรับการประชุมทั้งภาพเสียง และการโต้ตอบ เพื่อยกระดับการสร้างและแบ่งปันเนื้อหาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

รายงาน InfoBrief ประจำปี 2025 โดย IDC และ Neat

วิธีที่ Neat ช่วยปลดล็อกศักยภาพของผู้คน

เราได้ร่วมมือกับ IDC ในทำรายงานฉบับนี้ เพราะเราเชื่อว่า เทคโนโลยีการประชุมผ่านวิดีโอควรเป็นเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มศักยภาพในการทำงานของผู้คน ไม่ใช่อุปสรรคการทำงาน

Neat เชื่อมต่อผู้คนเข้าด้วยกันผ่านอุปกรณ์และประสบการณ์การประชุมผ่านวิดีโอที่เรียบง่ายแต่ทรงประสิทธิภาพ ช่วยให้การประชุมเป็นธรรมชาติ มีความเท่าเทียม และสร้างการมีส่วนร่วมได้มากยิ่งขึ้น ผลิตภัณฑ์ของ Neat มอบคุณภาพเสียงและภาพระดับยอดเยี่ยม รองรับทั้ง Zoom, Microsoft Teams, Google Meet และแพลตฟอร์มวิดีโอคอนเฟอเรนซ์อื่น ๆ ผ่านโซลูชัน BYOD (Bring Your Own Device) เพื่อให้ใช้งานได้อย่างยืดหยุ่นกับระบบที่องค์กรเลือกใช้

Neat ออกแบบโซลูชันสำหรับห้องประชุมทุกขนาด เพื่อรองรับรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่น นอกจากนี้ Neat Pulse ยังช่วยให้คุณบริหารจัดการอุปกรณ์ Neat ทั้งหมดได้จากทุกที่ พร้อมบริการ Premium Support รับประกันการใช้งานและรองรับการเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันสำหรับธุรกิจยอดนิยมได้อย่างสะดวก

อุปกรณ์ของ Neat เป็น AI-native และได้รับการรับรองสำหรับ Zoom และ Microsoft Teams (และกำลังจะรองรับ Google Meet ในอนาคต)

อุปกรณ์ Neat ได้รับการออกแบบด้วย AI และรองรับการใช้งานกับ Zoom และ Microsoft Teams (รวมถึง Google Meet ในเร็ว ๆ นี้) พร้อมเทคโนโลยีเด่นอย่าง Neat Audio, Neat Symmetry และ Neat Boundary ที่ช่วยให้การประชุมเป็นธรรมชาติ ชัดเจน และเปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วมได้อย่างเท่าเทียม นอกจากนี้ ยังติดตั้งและตั้งค่าได้ง่าย พร้อมใช้งานได้อย่างสะดวกในทุกองค์กร

นอกจากนี้ Neat Pulse ยังช่วยให้คุณสามารถตรวจสอบและจัดการอุปกรณ์ Neat ทั้งหมดจากระยะไกลได้ทุกที่ ขณะที่ Neat App Hub รองรับการใช้งานแอปพลิเคชันจากผู้ให้บริการภายนอกได้โดยตรงบนอุปกรณ์ ช่วยขยายการใช้งานไปสู่ด้านป้ายดิจิทัล (Digital Signage), การวิเคราะห์ข้อมูล และการบริหารจัดการพื้นที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

พร้อมที่จะทบทวนประสบการณ์การประชุมวิดีโอของคุณใหม่หรือยัง?

หากองค์กรของคุณยังต้องเผชิญกับปัญหาการตั้งค่าห้องประชุมที่ยุ่งยาก คุณภาพการประชุมผ่านวิดีโอที่ไม่สม่ำเสมอ หรือการมีส่วนร่วมของผู้เข้าร่วมที่ลดลง คุณไม่ได้เผชิญปัญหาเหล่านี้เพียงลำพัง อย่างไรก็ตาม รายงาน IDC x Neat 2025 Infobrief ชี้ให้เห็นว่า องค์กรที่ลงทุนในเทคโนโลยีที่เหมาะสมตั้งแต่วันนี้ จะสามารถสร้างประสบการณ์การทำงานแบบ Hybrid ที่มีประสิทธิภาพ พร้อมก้าวขึ้นเป็นผู้นำในการทำงานแห่งอนาคต

ดาวน์โหลดรายงานฉบับเต็ม IDC x Neat 2025 InfoBrief เพื่อเจาะลึกข้อมูลเชิงลึก แนวโน้มในแต่ละภูมิภาค และแนวทางปฏิบัติที่องค์กรสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง